July 7, 2022
Breaking News

ชำแหละเกมแดงเดือด แมนยูพ่ายลิเวอร์พูล

เกือบจะ 40 ปี แทบไม่เคยเห็น แมนฯ ยูไนเต็ด ปราชัยคู่แข่งขันของตัวเอง ทั้งในบ้านและก็นอกบ้านแบบหมดรูป ราบคาบขนาดนี้มาก่อน

แมนยูพ่ายลิเวอร์พูล

ด้วยภาวะทีมที่ไม่สมประกอบ ไม่มีตัวสำคัญอย่าง ราฟาแอล วาราน, ลุค ชอว์, สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด และ เอดินสัน คาวานี่ ที่ยังไม่หายเจ็บ  เฉพาะอย่างยิ่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ไม่ได้รับอนุญาต จากภาวะจิตใจ ให้ลงสนาม เมื่อเทียบกับคู่ต่อสู้อย่างหงส์แดงผู้อหังการที่ตัวผู้เล่นสมบูรณ์ทุกตำแหน่ง ฟอร์มการเล่นก็เปล่งปลั่ง แล้วไหนจะความมุ่งมั่นและทุ่มเทที่สูงเกินพิกัดเก็บ

รายนามผู้เล่น 11 ตัวจริงออกมา ราล์ฟ รังนิค เอาสูตร ‘หลังสาม’ มาใช้จริงๆ

แมนฯ ยูไนเต็ด

 

ฟิล โจนส์ ที่ไม่ได้ลงมานานถูกจับไปบวกกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และวิคตอร์ ลินเดเลิฟ ประกบข้างด้วย ดิโอโก้ ดาโลต์ กับ อารอน วาน-บิสซาก้า มิดฟิลด์ กึ่งกลางมีตัวรับอย่าง เนมานย่า มาติช รวมทั้ง ปอล ป๊อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส  ทิ้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นกองหน้า โดยให้ แอนโธนี่ อีลันก้า เป็นตัวช่วย อย่างนี้ก็เข้าใจว่าน่าจะเล่นเกมรับเต็มรูปแบบ เพราะสถานการณ์มันบังคับให้จำเป็นต้องเล่นอย่างนี้  ราล์ฟ รังนิค จัดตัวผู้เล่นแบบเน้นเกมรับ แต่ผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไม่ได้ลงไปเล่นเกมรับ แถมเล่นเกมรับกันไม่เป็น แทนที่จะถอยมาตั้งรับลึกๆเพื่อปิดช่องว่าง ไม่เปิดพื้นที่ให้ทีม ที่เกมรุกรวดเร็ว กลับพุ่งเข้าหาคู่แข่งขันแบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง  เนื่องจากว่าหงส์แดง ต่อบอลกันรวดเร็วและแม่น ในขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เพรสส์กันไม่เป็น ครึ่งหลัง ที่ปรึกษาเจ้าของสมญา ‘เดอะ โปรเฟสเซอร์’ พยายามต่อสู้ด้วยการปรับระบบการเล่นเป็น 4-2-3-1 โดยถอดเซ็นเตอร์แบ็คอย่าง ฟิล โจนส์ ออกไปแล้วใส่ เจดอน ซานโช่ เข้ามาแทน  อาการดีขึ้นขึ้นเล็กน้อย เมื่อต่อบอลกันได้นานขึ้น และพอทำเกมรุกได้บ้าง จุดหนึ่งเนื่องจากว่า หงส์แดง ผ่อนเกมของตน เนื่องจากนำห่าง 2-0 แต่เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่มีความดุดัน วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ก็จ่ายบอลยัดให้เพื่อนที่ถูกประกบติดแถมจ่ายไม่ตรง ผลคือถูกฉกไปยิง 3-0  แฮร์รี่ แม็กไกวร์สวิตช์บอลแบบไม่จำเป็น นอกจากจะโด่งเกินไปแล้วยังย้อนหลังอีกด้วย จบเกม โดนกะซวกไป 4-0 รวม 2 นัด 9-0